2026-06-03
ความไม่สมดุลของแร่ธาตุ สาเหตุของความเหนื่อยล้าและภูมิคุ้มกันต่ำ
หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้าเรื้อรังหรือภูมิคุ้มกันลดลง แม้จะดูแลสุขภาพดีแล้วก็ตาม สาเหตุอาจมาจากความไม่สมดุลของแร่ธาตุ มาเรียนรู้วิธีตรวจเช็กและจัดการแร่ธาตุเพื่อฟื้นฟูพลังงานกัน

แม้ว่าคุณจะรักษาพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ แต่หากยังคงมีอาการคลุมเครือ เช่น เหนื่อยล้าเรื้อรัง ปวดตามตัวโดยไม่มีสาเหตุ หรืออาหารไม่ย่อย สาเหตุอาจมาจากความบกพร่องหรือความไม่สมดุลของสารอาหารประเภทแร่ธาตุ ความไม่สมดุลของแร่ธาตุสามารถรบกวนการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย นำไปสู่ความเหนื่อยล้า ภูมิคุ้มกันต่ำ และความผิดปกติของฮอร์โมน ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจว่าทำไมแร่ธาตุจึงมีความสำคัญ รวมถึงวิธีตรวจและดูแลรักษาอย่างไร

ทำไมแร่ธาตุถึงมีความสำคัญ?

แร่ธาตุ (สารอนินทรีย์) เป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ดังนั้นจึงต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น แคลเซียม, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม, สังกะสี, เหล็ก, ซีลีเนียม และอื่นๆ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูกและฟัน การส่งสัญญาณประสาท การหดตัวของกล้ามเนื้อ การทำงานของเอนไซม์และฮอร์โมน รวมถึงการสร้างพลังงานในระดับเซลล์
หน้าที่หลักของแร่ธาตุ | |
หน้าที่หลัก | บทบาทโดยละเอียด |
โครงสร้างร่างกาย | การสร้างกระดูกและฟัน (แคลเซียม, ฟอสฟอรัส) |
การควบคุมการทำงานของร่างกาย | การส่งสัญญาณประสาท, การหดตัวของกล้ามเนื้อ, การทำงานของเอนไซม์และฮอร์โมน, การสร้างพลังงานภายในเซลล์ |
ภูมิคุ้มกันและเลือด | การขนส่งออกซิเจน (เหล็ก), สนับสนุนการทำงานของภูมิคุ้มกัน (สังกะสี, ซีลีเนียม) |
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แร่ธาตุจะทำงานร่วมกับวิตามินในฐานะ ‘โคเอนไซม์’ (coenzyme) เพื่อช่วยให้กระบวนการเผาผลาญดำเนินไปอย่างราบรื่น ดังนั้น หากแร่ธาตุขาดแคลนหรือมีมากเกินไป อาจนำไปสู่โรคทางเมตาบอลิซึม ความเหนื่อยล้า และการอักเสบที่เพิ่มขึ้น การรับประทานให้สมดุลตามสภาพร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ ความไม่สมดุลของแร่ธาตุอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในวงกว้าง เช่น เหนื่อยล้าเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น *โคเอนไซม์: สารประกอบอินทรีย์ที่ไม่ใช่โปรตีนซึ่งรวมตัวกับเอนไซม์ (โปรตีน) เพื่อช่วยในปฏิกิริยาเคมี โดยแร่ธาตุจะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในปฏิกิริยาของเอนไซม์เหล่านี้
อาการหลักเมื่อขาดแร่ธาตุ | ||
ชนิดของแร่ธาตุ | หน้าที่หลัก | อาการเมื่อขาด |
แคลเซียม (Calcium) | สร้างกระดูก·ฟัน, ส่งสัญญาณประสาท, ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ | กระดูกพรุน, กล้ามเนื้อเกร็งตัว, อาการชา |
แมกนีเซียม (Magnesium) | เผาผลาญพลังงาน, ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ, ควบคุมความเครียด | เหนื่อยล้า, นอนไม่หลับ, ใจสั่น |
สังกะสี (Zinc) | ระบบภูมิคุ้มกัน, การสมานแผล, การรับรส | ภูมิคุ้มกันต่ำ, ผมร่วง, เบื่ออาหาร |
ซีลีเนียม (Selenium) | ต้านอนุมูลอิสระ, รักษาการทำงานของต่อมไทรอยด์ | เหนื่อยล้า, ภูมิคุ้มกันต่ำ |
เหล็ก (Iron) | ขนส่งออกซิเจนในเลือด, เผาผลาญพลังงาน | โลหิตจาง, สมาธิสั้น |
โพแทสเซียม (Potassium) | สมดุลโซเดียม, ควบคุมความดันโลหิต, ส่งสัญญาณประสาท | บวมน้ำ, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, เหนื่อยล้า |
ส่องความไม่สมดุลของแร่ธาตุผ่าน ‘เส้นผมและปัสสาวะ’

แม้ว่าการตรวจเลือดเบื้องต้นจะไม่พบความผิดปกติ แต่หากคุณยังมีอาการเหนื่อยล้า ปวดกล้ามเนื้อ หรือสมาธิสั้นอย่างต่อเนื่อง คุณสามารถตรวจสอบสถานะการเผาผลาญของร่างกายได้อย่างละเอียดมากขึ้นผ่านการตรวจแร่ธาตุในเส้นผมหรือการตรวจกรดอินทรีย์ในปัสสาวะ
การตรวจแร่ธาตุในเส้นผม (Hair Tissue Mineral Analysis)
เนื่องจากเส้นผมสะท้อนสภาวะของร่างกายในระยะยาวได้ดีกว่าเลือด จึงสามารถตรวจสอบความเข้มข้นของแร่ธาตุในร่างกาย (เช่น ความไม่สมดุลของสารอาหารรองอย่างแมกนีเซียม สังกะสี ซีลีเนียม) และระดับการสะสมของโลหะหนัก (เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม สารหนู) ได้ในเวลาเดียวกัน การวิเคราะห์อัตราส่วนระหว่างแร่ธาตุจำเป็นและโลหะหนักช่วยให้สามารถคาดการณ์ความสามารถในการขับสารพิษ การอักเสบเรื้อรัง และความเสี่ยงจากความเครียดออกซิเดชันได้
· ทำความเข้าใจสถานะแร่ธาตุจำเป็น: ตรวจสอบการขาดหรือเกินของสารอาหารโดยการวัดความเข้มข้นของแร่ธาตุหลัก เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และซีลีเนียม · ประเมินการสะสมของโลหะหนัก: ประเมินการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม เช่น ตะกั่ว (Pb), ปรอท (Hg), แคดเมียม (Cd) และสารหนู (As) · วิเคราะห์ความสัมพันธ์: ทำความเข้าใจว่าโลหะหนักขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุอย่างไร (เช่น การแข่งขันระหว่างแคดเมียมและสังกะสี) · ตรวจสอบประวัติการสะสม: สามารถตรวจสอบสถานะแร่ธาตุย้อนหลังได้ประมาณ 3-6 เดือน ช่วยในการเปรียบเทียบและติดตามผลการรักษาก่อนและหลัง |
การตรวจกรดอินทรีย์ในปัสสาวะ (Urine Organic Acid Test)
วิเคราะห์สารเมตาบอไลต์ของกรดอินทรีย์ที่ขับออกทางปัสสาวะ เพื่อประเมินประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงาน การทำงานของโคเอนไซม์แร่ธาตุและวิตามิน ความสามารถในการขับสารพิษที่ลดลง และการสัมผัสกับโลหะหนัก
· ตรวจสอบความผิดปกติของการเผาผลาญพลังงาน: การเผาผลาญลดลงเมื่อขาดแมกนีเซียม สังกะสี ซีลีเนียม ฯลฯ · ตรวจสอบการขาดโคเอนไซม์: ตรวจสอบการขาดวิตามินบีรวม, โคเอนไซม์คิวเทน (CoQ10), กรดไลโปอิก · ประเมินฟังก์ชันการขับสารพิษ: ใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางอ้อมผ่านการเพิ่มขึ้นของกรดอินทรีย์เมื่อมีการสะสมของโลหะหนัก · ตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการเมตาบอลิซึม: บางการศึกษาพบว่า ระดับกรดอินทรีย์มีความสัมพันธ์กับโรคอ้วนและความดันโลหิตสูง1) |
1) Ji-Hee Haam et al., ‘Urine organic acids may be useful biomarkers for metabolic syndrome and its components in Korean adults,’ Clinical Chemistry and Laboratory Medicine (CCLM) 59, no. 11 (2021)
วิธีรักษาสมดุลแร่ธาตุในชีวิตประจำวัน

เนื่องจากแร่ธาตุไม่สามารถสังเคราะห์ได้เองในร่างกาย การจัดการอาหารที่สมดุลและพฤติกรรมการใช้ชีวิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ
🍽️ การได้รับสารอาหารผ่านมื้ออาหารที่สมดุล
เราสามารถได้รับแร่ธาตุอย่างเพียงพอผ่านอาหารในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น แคลเซียมสามารถหาได้ง่ายจากผลิตภัณฑ์นม เช่น นม โยเกิร์ต ชีส หรือปลาที่กินได้ทั้งกระดูก (เช่น ปลาจิ๊งจั๊ง ปลาซาร์ดีน) และผักใบเขียว แมกนีเซียมหาได้ค่อนข้างง่ายจากถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง และผักใบเขียว ส่วนสังกะสีมีมากในหอยนางรม เนื้อสัตว์ ถั่ว และเมล็ดพืช นอกจากนี้ ซีลีเนียมยังพบในอาหารทะเลหรืออาหารที่คนไม่ค่อยรู้จักอย่างถั่วบราซิล (Brazil nuts)
อาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ | |
แร่ธาตุ | กลุ่มอาหาร |
แคลเซียม (Calcium) | นม, ปลาจิ๊งจั๊ง, เต้าหู้, บรอกโคลี |
แมกนีเซียม (Magnesium) | ถั่ว, ธัญพืชไม่ขัดสี, กล้วย, ผักโขม |
สังกะสี (Zinc) | หอยนางรม, เนื้อวัว, ไข่แดง, ถั่วเมล็ดแห้ง |
ซีลีเนียม (Selenium) | อาหารทะเล, ถั่วบราซิล, ไข่ |
เหล็ก (Iron) | ตับ, ปลาเนื้อแดง, ผักโขม, เลนทิล |
โพแทสเซียม (Potassium) | กล้วย, มันฝรั่ง, มะเขือเทศ, สาหร่ายทะเล |
จากการศึกษาในเกาหลีเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าแม้ปริมาณการบริโภคแมกนีเซียมเฉลี่ยของประชากรจะเกือบถึงเกณฑ์ที่แนะนำ แต่สัดส่วนของผู้ที่บริโภคน้อยกว่าความต้องการเฉลี่ยนั้นสูงถึงประมาณ 45% 2) สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าประชากรบางส่วนยังคงขาดแมกนีเซียม และเน้นย้ำถึงความสำคัญของอาหารที่สมดุลและการบริโภคแร่ธาตุที่เหมาะสม
🏃♀️ การจัดการพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการตรวจสุขภาพเป็นประจำ
การดื่มน้ำให้เพียงพอและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยให้การเผาผลาญแร่ธาตุราบรื่นและเพิ่มการนำไปใช้ในร่างกาย
ในทางกลับกัน การนอนหลับไม่เพียงพอ ความเครียด และการลดน้ำหนักอย่างหักโหมจะเร่งการสูญเสียแร่ธาตุ จึงต้องระมัดระวัง
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสถานะแร่ธาตุของตนเองผ่านการตรวจสุขภาพเป็นประจำ และหากจำเป็น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานอาหารเสริมเพื่อความปลอดภัย
2) สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี, ‘สถานะการบริโภคแมกนีเซียมและสังกะสีของประชากรเกาหลี’, วารสารวิชาการสำนักงานควบคุมและป้องกันโรค 2022, https://zrr.kr/MD5tEI
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสมดุลแร่ธาตุ!

Q1. ยิ่งกินแร่ธาตุมากยิ่งดีใช่ไหม?
ไม่ใช่ครับ การขาดแร่ธาตุเป็นปัญหา แต่การได้รับมากเกินไปก็อาจเป็นพิษได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น การได้รับเหล็กมากเกินไปอาจทำให้ตับเสียหายหรือเกิดความเครียดออกซิเดชัน และการได้รับสังกะสีมากเกินไปจะขัดขวางการดูดซึมทองแดง สิ่งสำคัญคือต้องรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงพฤติกรรมการกินและสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล
Q2. การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวสามารถรักษาสมดุลแร่ธาตุได้หรือไม่?
การออกกำลังกายอาจทำให้สูญเสียแร่ธาตุผ่านทางเหงื่อ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเสริมอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาสมดุล โดยเฉพาะแมกนีเซียมและโพแทสเซียมที่สูญเสียได้ง่ายทางเหงื่อ หลังออกกำลังกายจึงควรดื่มน้ำพร้อมกับรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีแร่ธาตุ
Q3. อาหารเสริมแร่ธาตุปลอดภัยสำหรับทุกคนหรือไม่?
อาหารเสริมคือ ‘การสนับสนุนเพิ่มเติม’ ไม่ใช่ ‘การทดแทนหลัก’ หากตรวจพบการขาดจากการตรวจสุขภาพ หรือมีอาการ เช่น การดูดซึมลดลง การจำกัดอาหาร หรือเหนื่อยล้าเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทาน การรับประทานอย่างไม่ระมัดระวังอาจขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุชนิดอื่นหรือทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
สุขภาพที่แท้จริงเริ่มต้นจากพลังในการรักษาสมดุลภายในร่างกาย มากกว่าตัวเลขที่มองเห็นด้วยตา ในบรรดาสารอาหารเหล่านั้น แร่ธาตุเป็นสารอาหารจำเป็นที่มีบทบาทเล็กๆ แต่สำคัญยิ่ง หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้าโดยไม่ทราบสาเหตุ สมาธิสั้น กล้ามเนื้อเกร็ง หรือภูมิคุ้มกันต่ำอย่างต่อเนื่อง ควรลองตรวจสอบสถานะแร่ธาตุของคุณ การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ของสมดุลสามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ให้กับสุขภาพได้ ขอให้วันนี้เป็นวันที่สุขภาพดีสำหรับทุกคนครับ
ตรวจสอบโดย: ศาสตราจารย์ Yang Ji-heon, Power Aging Clinic, Chaum Health Life Center
สอบถามข้อมูล
Chaum Health Life Center 02-3015-5005 | ชั้น 3 Chaum, 442 Dosan-daero (Cheongdam-dong 4-1), Gangnam-gu, Seoul
