2026-06-03
การติดเชื้อแบบกลุ่มบนเรือสำราญต่างประเทศ ฮันตาไวรัส (Hantavirus) คืออะไร?
ทำความรู้จักกับฮันตาไวรัส (ไวรัสแอนดีส) ที่กำลังเป็นประเด็นจากการระบาดบนเรือสำราญในอเมริกาใต้ พร้อมแนวทางป้องกันและระดับความเสี่ยง

เมื่อตลาดการท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้ง จำนวนผู้ที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญหรือการเดินทางระยะยาวในต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยิ่งมีการเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศมากขึ้น ประเด็นเรื่องโรคติดต่อจากต่างประเทศก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ล่าสุด กรณีการติดเชื้อแบบกลุ่มของ ‘ฮันตาไวรัส (ไวรัสแอนดีส: Andes virus)’ บนเรือสำราญในเส้นทางอเมริกาใต้กำลังได้รับความสนใจจากหน่วยงานสาธารณสุขระหว่างประเทศ ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับลักษณะ ความเสี่ยง และมาตรการป้องกันฮันตาไวรัสกันครับ

การติดเชื้อฮันตาไวรัสแบบกลุ่มบนเรือสำราญในอเมริกาใต้

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดการระบาดของโรคทางเดินหายใจที่ไม่ทราบสาเหตุแบบกลุ่มบนเรือสำราญสัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่ล่องอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ ซึ่งได้รับความสนใจจากทั่วโลก ผลการตรวจสอบยืนยันว่ากรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ ‘ไวรัสแอนดีส (Andes virus)’ ซึ่งเป็นหนึ่งในฮันตาไวรัสที่แพร่ระบาดในภูมิภาคอเมริกาใต้ เรือสำราญลำดังกล่าวออกเดินทางจากเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และพบว่าผู้โดยสารบางส่วนได้เดินทางท่องเที่ยวในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและทำกิจกรรมกลางแจ้งในอเมริกาใต้ก่อนขึ้นเรือ เนื่องจากเรือสำราญมีความหนาแน่นสูงและมีการระบายอากาศที่จำกัด จึงถือเป็นสภาพแวดล้อมที่เปราะบางต่อการแพร่กระจายของโรคติดต่อ องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินระดับความเสี่ยงภายในเรือสำราญครั้งนี้ไว้ที่ระดับ ‘ปานกลาง (moderate)’ แต่ประเมินความเสี่ยงที่จะแพร่กระจายไปสู่สังคมโลกในวงกว้างไว้ที่ระดับ ‘ต่ำ (low)’ ทั้งนี้เนื่องจากไวรัสแอนดีสไม่ใช่ไวรัสที่แพร่กระจายทางอากาศในวงกว้างเหมือนโควิด-19 แต่มีลักษณะการแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสในสภาพแวดล้อมเฉพาะหรือการสัมผัสใกล้ชิดที่จำกัดเท่านั้น
1. Medical World News. ‘การติดเชื้อไวรัสแอนดีสแบบกลุ่มบนเรือสำราญอเมริกาใต้… กรมควบคุมโรคเผย ความเสี่ยงในประเทศต่ำ’. 2026
ฮันตาไวรัส? ไวรัสแอนดีส?

เมื่อดูข่าว คุณอาจสับสนกับคำศัพท์ต่างๆ เช่น ฮันตาไวรัส, ไวรัสแอนดีส, ไวรัสฮันตาน ฯลฯ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ ภายใต้ตระกูลไวรัสขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Hantaviridae จะประกอบไปด้วยไวรัสหลายชนิด เช่น ไวรัสฮันตาน (Hantaan virus), ไวรัสโซล (Seoul virus), ไวรัสแอนดีส (Andes virus) เป็นต้น ซึ่งไวรัสแต่ละชนิดจะก่อให้เกิดโรคและอาการที่แตกต่างกันไป
วงศ์ (Family) | สกุล (Genus) | ชนิด (Species) | โรค |
Hantaviridae | Orthohantavirus | ไวรัสฮันตาน (Hantaan virus) | โรคไข้เลือดออกที่มีอาการทางไต (HFRS) |
ไวรัสโซล (Seoul virus) | |||
ไวรัสแอนดีส (Andes virus) | กลุ่มอาการทางปอดจากฮันตาไวรัส (HCPS) |
ไวรัสฮันตานและไวรัสโซลที่พบได้บ่อยในเกาหลีและเอเชีย ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ก่อให้เกิด ‘โรคไข้เลือดออกที่มีอาการทางไต (HFRS)’ ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ มีไข้ มีแนวโน้มเลือดออก และการทำงานของไตลดลง มักเกิดจากการสูดดมมูลสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อซึ่งแห้งและฟุ้งกระจายในอากาศเป็นฝุ่น หรือติดเชื้อผ่านทางบาดแผล
ในทางตรงกันข้าม ไวรัสแอนดีสที่เป็นข่าวจากการติดเชื้อแบบกลุ่มบนเรือสำราญ มักพบในภูมิภาคอเมริกาใต้ และมีลักษณะเด่นคือส่งผลกระทบต่อการทำงานของปอดและหัวใจ ก่อให้เกิด ‘กลุ่มอาการทางปอดจากฮันตาไวรัส (HCPS)’ ซึ่งอาจลุกลามไปสู่ภาวะหายใจลำบากอย่างรุนแรง ปอดบวมน้ำ และการทำงานของหัวใจล้มเหลว ในบางกรณีมีรายงานการแพร่เชื้อจากคนสู่คนในวงจำกัด อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันยังไม่พบกรณีการระบาดใหญ่ในรูปแบบการแพร่กระจายทางอากาศทั่วไปเหมือนโควิด-19
2. กรมควบคุมโรค. ‘การประเมินความเสี่ยงในประเทศและคำแนะนำมาตรการป้องกัน กรณีกลุ่มอาการทางปอดจากฮันตาไวรัส (การติดเชื้อไวรัสแอนดีส) บนเรือสำราญต่างประเทศ’. 2026.
ประเภท | ไวรัสฮันตาน (Hantaan virus) | ไวรัสแอนดีส (Andes virus) |
การจำแนกไวรัส | Hantaviridae | |
พื้นที่ระบาดหลัก | เกาหลี·เอเชีย | อเมริกาใต้ |
พาหะและช่องทางการติดเชื้อ | การสูดดมมูลและฝุ่นจากสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนา หนูบ้าน | การสัมผัสมูลสัตว์ฟันแทะในอเมริกาใต้ มีรายงานกรณีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนในวงจำกัด |
โรคที่ก่อให้เกิด | โรคไข้เลือดออกที่มีอาการทางไต (HFRS) | กลุ่มอาการทางปอดจากฮันตาไวรัส (HCPS) |
อวัยวะหลักที่ได้รับผลกระทบและอาการ | เน้นที่ไต: มีไข้, ไตวาย, มีแนวโน้มเลือดออก | เน้นที่ปอดและหัวใจ: ปอดบวมน้ำ, หายใจล้มเหลว, การทำงานของหัวใจลดลง |
ระยะฟักตัวและอัตราการเสียชีวิต | 1~2 สัปดาห์ / ประมาณ 1~15% | 1~8 สัปดาห์ / ประมาณ 20~40% |
การรักษาและวัคซีน | สามารถรับวัคซีนป้องกันได้ | ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรอง |
※ อัตราการเสียชีวิตอาจแตกต่างกันไปตามประเทศและข้อมูลที่รายงาน
อาการเริ่มแรกที่คล้ายหวัดจนอาจมองข้าม

หลังการติดเชื้อไวรัสแอนดีส อาจมีระยะฟักตัวอย่างน้อย 1 สัปดาห์ถึงสูงสุด 8 สัปดาห์ ในช่วงแรกมักเริ่มด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่น ไข้หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย ทำให้ยากต่อการสังเกตในระยะแรก ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย และหากอาการลุกลามอย่างรวดเร็ว อาจเกิดภาวะหายใจลำบาก ปอดบวมน้ำ และความดันโลหิตต่ำ โดยเฉพาะในผู้ป่วยอาการหนักอาจจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในไอซียู เช่น การบำบัดด้วยออกซิเจน การใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือ ECMO (เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด) ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษาไวรัสแอนดีสโดยเฉพาะ ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อและการตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ จึงถือเป็นกลยุทธ์การรับมือที่สำคัญที่สุด
โอกาสในการแพร่ระบาดเข้าสู่ประเทศและมาตรการป้องกัน

เมื่อได้ยินข่าวการติดเชื้อในต่างประเทศ หลายคนอาจกังวลถึงโอกาสที่จะเกิดการระบาดภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกรมควบคุมโรคประเมินระดับความเสี่ยงด้านสาธารณสุขภายในประเทศไว้ที่ระดับ ‘ต่ำ’ ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า สัตว์ฟันแทะในอเมริกาใต้ที่เป็นพาหะหลักของไวรัสแอนดีสไม่พบในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของเกาหลี และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้ามาในประเทศอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ การแพร่เชื้อจากคนสู่คนยังมีรายงานเฉพาะในเงื่อนไขที่จำกัดมาก ดังนั้นโอกาสในการแพร่ระบาดในชุมชนทั่วไปจึงถือว่าต่ำมาก รัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องผ่านการแบ่งปันข้อมูลกับสังคมโลก เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) และดำเนินระบบเฝ้าระวัง เช่น การกักกันที่สนามบินและระบบการตรวจพันธุกรรม ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแทนที่จะตื่นตระหนกจนเกินไป หากคุณมีแผนจะเดินทางไปอเมริกาใต้หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ควรระมัดระวังการสัมผัสกับสัตว์ฟันแทะ ไวรัสแอนดีสอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อแห้งและฟุ้งกระจายในอากาศเป็นฝุ่น
ดังนั้น ระหว่างการเดินทางควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ฟันแทะป่าหรือมูลของมัน และพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าไปในโกดังที่ถูกทิ้งไว้นานหรือพื้นที่ปิดตาย หลังจากการตั้งแคมป์หรือเดินป่า ต้องล้างมือและรักษาความสะอาดส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ หากมีอาการไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ หายใจลำบาก ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง หรือปวดท้อง ภายใน 8 สัปดาห์หลังจากไปเยือนพื้นที่ระบาดในอเมริกาใต้ ต้องรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางต่างประเทศให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบทันที
หากจำเป็น สามารถขอรับคำแนะนำได้ผ่านสายด่วนกรมควบคุมโรค (1339)
การเดินทางต่างประเทศเป็นช่วงเวลาที่มีค่าซึ่งมอบประสบการณ์และความสดชื่นใหม่ๆ แต่การเดินทางจะปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อมาพร้อมกับข้อมูลที่ถูกต้องและการระมัดระวังพื้นฐานเกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อ แม้ว่าปัจจุบันความเสี่ยงในประเทศจะถูกประเมินไว้ในระดับต่ำ แต่หากคุณมีกำหนดการไปเยือนพื้นที่ระบาดในอเมริกาใต้ สิ่งสำคัญคือการศึกษามารตรการป้องกันให้ครบถ้วนและหมั่นตรวจสอบสภาพร่างกายอย่างละเอียดครับ
*เอกสารอ้างอิง:
กรมควบคุมโรค: กองบริหารจัดการวิกฤตการณ์โรคติดต่อ/กองโต้ตอบโรคติดต่ออุบัติใหม่, ‘การประเมินความเสี่ยงในประเทศและคำแนะนำมาตรการป้องกัน กรณีกลุ่มอาการทางปอดจากฮันตาไวรัส (การติดเชื้อไวรัสแอนดีส) บนเรือสำราญต่างประเทศ’, 2026
สอบถามข้อมูล
Chaum Premium Check-up Center 02-3015-5005 | ชั้น 2・3 อาคาร Chaum, 4-1 Cheongdam-dong, Gangnam-gu, Seoul
