2026-06-03
เคล็ดลับดูแลสุขภาพช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล: การรักษาภาวะสมดุลและเสริมภูมิคุ้มกันด้วยวิถีธรรมชาติ (ไกด์อาหาร - ซุปเห็ดใส่เมล็ดงาขี้ม้อน)
เรียนรู้วิธีดูแลสุขภาพในช่วงที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาภาวะสมดุล (Homeostasis) และเสริมภูมิคุ้มกัน พร้อมสูตรอาหารเพื่อสุขภาพ ‘ซุปเห็ดใส่เมล็ดงาขี้ม้อน’

อุณหภูมิในตอนเช้าลดลงเหลือเลขหลักเดียว และลมหนาวที่พัดมาปะทะจมูกเป็นสัญญาณว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงต้นฤดูหนาวแล้วครับ
ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่ฤดูเปลี่ยนไปเท่านั้น แต่เป็นช่วงที่ ‘ภาวะสมดุล’ (Homeostasis) ของร่างกายเราต้องทำงานอย่างเต็มที่เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ เมื่อภาวะสมดุลของร่างกายสั่นคลอนจากความแตกต่างของอุณหภูมิในระหว่างวัน ความเสี่ยงต่อภาวะภูมิคุ้มกันต่ำและโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองจะเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องใส่ใจกับการดูแลสุขภาพในช่วงนี้เป็นพิเศษ วันนี้ศาสตราจารย์อีคยองมี จากคลินิกการอักเสบเรื้อรัง (Food Therapy) จะมาบอกเล่าถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่วงเปลี่ยนฤดู พร้อมแบ่งปันสูตรอาหารอร่อยๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงครับ

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิช่วงเปลี่ยนฤดูกาลต่อร่างกาย

ร่างกายของเรามีความสามารถในการควบคุมตัวเองเพื่อรักษาสภาวะทางสรีรวิทยาภายใน เช่น อุณหภูมิร่างกาย ความดันโลหิต น้ำ อิเล็กโทรไลต์ ระดับน้ำตาลในเลือด และความเข้มข้นของฮอร์โมน ให้คงที่แม้สภาพแวดล้อมภายนอกจะเปลี่ยนไป เราเรียกสิ่งนี้ว่า ‘ภาวะสมดุล’ (Homeostasis) ฟังก์ชันนี้ทำงานผ่านการเชื่อมโยงอย่างประณีตระหว่างระบบประสาทอัตโนมัติ ระบบต่อมไร้ท่อ และระบบภูมิคุ้มกัน ตัวอย่างเช่น เมื่ออากาศเย็นลงกะทันหัน หลอดเลือดที่ผิวหนังจะหดตัวเพื่อลดการสูญเสียความร้อน ระบบประสาทซิมพาเทติกจะทำงานส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตสูงขึ้น ในทางกลับกัน ในสภาพแวดล้อมที่ร้อน หลอดเลือดจะขยายตัวเพื่อระบายความร้อน และระบบประสาทพาราซิมพาเทติกจะทำงานทำให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลง
ทำไมการรักษาภาวะสมดุลช่วงเปลี่ยนฤดูกาลจึงสำคัญ: ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองเพิ่มขึ้น

ภาวะสมดุลคือปฏิกิริยาที่จำเป็นต่อการอยู่รอด แต่หากการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือซ้ำๆ ระบบการรักษาภาวะสมดุลจะเกิดภาระหนักเกินไป ร่างกายของเราสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในวงแคบได้ แต่ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลที่อุณหภูมิระหว่างวันต่างกันมากกว่า 10 องศาเซลเซียส ปฏิกิริยาอย่างการปรับอุณหภูมิและการหดตัวของหลอดเลือดจะเกิดขึ้นซ้ำๆ อย่างรุนแรงจนทำให้สมดุลสั่นคลอน เมื่อสมดุลเสียไป เราจะเหนื่อยง่ายหรือภูมิคุ้มกันลดลง จากการศึกษาทางระบาดวิทยาหลายชิ้นพบว่า ทุกๆ 1 องศาที่ความต่างของอุณหภูมิระหว่างวันเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2-3% ในช่วงที่อุณหภูมิแกว่งตัวมาก หลอดเลือดจะหดและขยายตัวซ้ำๆ ทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน ซึ่งสร้างภาระให้กับหัวใจและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง การดูแลหลอดเลือดในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ เมื่ออุณหภูมิต่ำลง การไหลเวียนของเลือดในเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบนจะลดลง ทำให้การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันเฉพาะที่อ่อนแอลง และไวรัสแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น เนื่องจากอัตราการติดเชื้อในทางเดินหายใจสูงขึ้นในสภาพอากาศหนาวเย็น การดูแลสุขภาพในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลจึงต้องคำนึงถึงทั้งสุขภาพหลอดเลือดและการควบคุมภูมิคุ้มกันไปพร้อมๆ กัน
วัตถุดิบที่ช่วยรักษาภาวะสมดุล: ① เมล็ดงาขี้ม้อน (Deul깨)
ช่วงเปลี่ยนฤดูกาลมีความหมายมากกว่าแค่การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ เป็นช่วงที่ร่างกายต้องรับภาระหนักในการรักษาภาวะสมดุลเพื่อตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลทั้งหลอดเลือดและภูมิคุ้มกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ การปรับอาหารในช่วงนี้เป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย วัตถุดิบที่เป็นตัวแทนในการช่วยฟื้นฟูสมดุลและดีต่อทั้งภูมิคุ้มกันและหลอดเลือดคือ งาขี้ม้อนและเห็ดครับ
งาขี้ม้อนไม่เพียงแต่เป็นวัตถุดิบที่คนเกาหลีชื่นชอบจากกลิ่นหอมกรุ่นเท่านั้น แต่ยังถือเป็นยาสมุนไพรธรรมชาติที่มีคุณค่าทางสรีรวิทยาที่น่าทึ่ง ไขมันในงาขี้ม้อนส่วนใหญ่เป็นกรดอัลฟา-ลิโนเลนิก (ALA) ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 จากพืช สารนี้จะถูกเปลี่ยนเป็น EPA และ DHA บางส่วนในร่างกาย ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ลดการอักเสบในหลอดเลือด และป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ช่วยให้หลอดเลือดสะอาด นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์และรักษาผนังหลอดเลือดให้แข็งแรง
วัตถุดิบที่ช่วยรักษาภาวะสมดุล: ② เห็ด 🍄
เห็ดเป็นอาหารแคลอรี่ต่ำและมีใยอาหารสูงที่เป็นตัวแทนในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะสารเบต้ากลูแคนในเห็ดจะช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในลำไส้ เช่น แมคโครฟาจ (Macrophage) และ T-cell ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความต้านทานต่อการติดเชื้อแบคทีเรียสูงขึ้นและช่วยปรับสมดุลการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน หากรับประทานร่วมกับงาขี้ม้อนที่กล่าวไปข้างต้นจะเกิดผลเสริมฤทธิ์กัน (Synergy) โดยโอเมก้า 3 ในงาขี้ม้อนจะช่วยกระตุ้นการขับน้ำดีเพื่อลดคอเลสเตอรอล และใยอาหารจากเห็ดจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำดีถูกดูดซึมกลับในลำไส้ ทำให้ประสิทธิภาพในการลดคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
สูตรอาหารรักษาภาวะสมดุลและเสริมภูมิคุ้มกัน: ซุปเห็ดใส่เมล็ดงาขี้ม้อน (Beoseot Deul깨-tang)

ขอแนะนำให้ลองทำ ‘ซุปเห็ดใส่เมล็ดงาขี้ม้อน’ เป็นอาหารบำรุงร่างกายในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล เพื่อให้ได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพจากทั้งงาขี้ม้อนและเห็ด หากใส่เห็ดตามฤดูกาลที่หลากหลาย เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดหอม เห็ดเนืองี หรือเห็ดป่าอื่นๆ จะยิ่งได้รับใยอาหาร แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้นขึ้น ในการปรุงอาหาร แนะนำว่าไม่ควรลวกเห็ดก่อนนำไปต้ม
เนื่องจากเบต้ากลูแคนเป็นโพลีแซคคาไรด์ที่ละลายน้ำได้ จึงสูญเสียได้ง่ายในระหว่างการลวก นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือต้องใส่ผงงาขี้ม้อนหลังจากที่น้ำซุปเดือดแล้วค่อยลดไฟลงเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพราะกรดไขมันโอเมก้า 3 จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ง่ายที่อุณหภูมิสูงกว่า 150 องศาเซลเซียส การให้ความร้อนในอุณหภูมิต่ำและใช้เวลาสั้นจะช่วยรักษาฤทธิ์ทางชีวภาพไว้ได้ หากใช้เมล็ดงาขี้ม้อนสดมาบดใส่โดยตรงจะช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของกรดไขมันและให้รสชาติรวมถึงสารอาหารสูงสุด การเติมเต้าเจี้ยว (ทเวนจัง) ลงไปเล็กน้อยจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในลำไส้ ซึ่งส่งผลดีต่อการควบคุมภูมิคุ้มกันด้วย
อาหารบำรุงช่วงเปลี่ยนฤดู: ซุปเห็ดใส่เมล็ดงาขี้ม้อน
วัตถุดิบ (สำหรับ 2 ที่): เห็ดนางฟ้า 1 กำมือ (40 กรัม), เห็ดหอม 6 ดอก, เห็ดออรินจิ 1/2 หัว, เห็ดเข็มทอง 1 กำมือ (40 กรัม), หัวไชเท้า 80 กรัม, พริกชี้ฟ้าแดง 1/2 เม็ด, พริกชี้ฟ้าเขียว 1/2 เม็ด, ต้นหอมญี่ปุ่น 10 ซม., ซีอิ๊วขาวเกาหลี 2 ช้อนชา, กระเทียมสับ 2 ช้อนชา, ผงงาขี้ม้อน 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำแป้ง (แป้งข้าวเหนียว 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ), น้ำสต๊อกปลาแห้งและสาหร่ายคอมบุ 500 ซีซี วิธีทำ: 1. ฉีกเห็ดนางฟ้าและเห็ดเข็มทองเป็นขนาดพอดีคำ 2. หั่นเห็ดหอม เห็ดออรินจิ และหัวไชเท้าเป็นชิ้นพอดีคำ 3. ซอยต้นหอมญี่ปุ่น พริกแดง และพริกเขียว 4. ต้มน้ำสต๊อกในหม้อ เมื่อเดือดแล้วใส่หัวไชเท้าและเห็ดลงไปต้ม 5. เมื่อน้ำเดือดอีกครั้ง ปรุงรสด้วยกระเทียมสับ ซีอิ๊ว และเกลือสมุทร จากนั้นค่อยๆ เทน้ำแป้งลงไปเพื่อปรับความหนืด 6. คนให้เข้ากันขณะต้ม จากนั้นใส่ต้นหอมซอย พริกแดง พริกเขียว และผงงาขี้ม้อน ต้มต่ออีกเพียงเล็กน้อย *เนื้อหานี้จัดทำร่วมกับคอลัมน์ ‘K-Gonggam’ โดยศาสตราจารย์อีคยองมี จากคลินิกการอักเสบเรื้อรัง [Food Therapy] ศูนย์การแพทย์ Chaum ช่วงเปลี่ยนฤดูกาลที่ร่างกายต้องปรับสมดุลอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับสิ่งแวดล้อมภายนอก! อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยอาหารเพื่อฟื้นฟูสมดุลไม่ให้สั่นคลอน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่หมุนเวียนมา ซุปอุ่นๆ สักชามจะเป็นพลังอันแข็งแกร่งที่ช่วยปกป้องสุขภาพของคุณครับ
สาขาที่เชี่ยวชาญ: การอักเสบเรื้อรัง, การโค้ชพฤติกรรมการกิน, การบำบัดด้วยโภชนาการทางการแพทย์, การจัดการความเครียด ศาสตราจารย์อีคยองมี จาก Chaum Food Therapy [Chronic Inflammation Clinic] และบัณฑิตวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย Cha เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว มุ่งเน้นการป้องกันและรักษาโรคผ่านอาหารและแนวทางการจัดการความเครียด หลังจากจบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ท่านได้ศึกษาต่อในหลักสูตรการแพทย์บูรณาการ ณ มหาวิทยาลัยแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพทย์บูรณาการระดับโลก เพื่อศึกษาศาสตร์แห่ง ‘การเยียวยา’ ที่เหนือกว่าการสั่งยาหรือการผ่าตัด ติดต่อสอบถาม: Chaum Food Therapy [Chronic Inflammation Clinic] 02-3015-5300 | ชั้น 3 Health Life Center, Chaum, 4-1 Cheongdam-dong, Gangnam-gu, Seoul
