2026-06-03
จำเป็นต้องทาครีมกันแดดในฤดูหนาวหรือไม่? วิธีเลือกครีมกันแดดตามสภาพผิว
เรียนรู้ว่าทำไมครีมกันแดดจึงสำคัญในฤดูหนาว พร้อมวิธีเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวเพื่อป้องกันริ้วรอยและการสูญเสียความยืดหยุ่น

เมื่อลมหนาวเริ่มพัดมา เรามักจะหันไปให้ความสำคัญกับการดูแลผิวให้ชุ่มชื้นโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม การป้องกันรังสี UV ซึ่งมีความสำคัญพอๆ กับการเติมความชุ่มชื้นนั้น
มักจะถูกละเลยได้ง่าย คุณทราบหรือไม่ว่าความคิดที่ว่า ‘แสงแดดในฤดูหนาวคงไม่เป็นไร’ กำลังเร่งให้ผิวแก่ก่อนวัยอย่างเงียบๆ?
ฤดูหนาวเป็นฤดูกาลที่รังสี UV สะสมบนผิวโดยที่เราไม่ทันสังเกต ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าทำไมครีมกันแดดในฤดูหนาวจึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นสิ่งจำเป็น
รวมถึงวิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวของคุณ

ทำไมรังสี UV ในฤดูหนาวถึงอันตรายกว่า

ในฤดูหนาว ช่วงเวลากลางวันจะสั้นลงและเราใช้เวลาอยู่ในอาคารมากขึ้น ทำให้รู้สึกเหมือนว่าสามารถพักการทาครีมกันแดดได้ แต่ในความเป็นจริง ฤดูหนาวเป็นฤดูกาลที่ผิวไร้การป้องกันต่อความชรามากที่สุด ลมที่หนาวเย็นและสภาพแวดล้อมในอาคารที่แห้งทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง เมื่อรวมกับรังสี UV ในฤดูหนาว ผิวจึงถูกทำร้ายได้ง่าย เมื่อพูดถึงรังสี UV หลายคนมักนึกถึงอาการผิวไหม้แดง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากรังสี UVB ในฤดูร้อนที่ทำลายผิวชั้นนอก แต่สิ่งที่ต้องระวังมากกว่าในฤดูหนาวคือรังสี UVA รังสี UVA มีความเข้มข้นคงที่โดยไม่คำนึงถึงฤดูกาลหรือสภาพอากาศ และสามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้าไปถึงชั้นผิวหนังแท้ที่อยู่ลึกได้ ในกระบวนการนี้ มันจะทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย นอกจากนี้ ในฤดูหนาวตำแหน่งของดวงอาทิตย์จะต่ำลง ทำให้ใบหน้าสัมผัสกับรังสี UV มากขึ้น และเมื่อรวมกับรังสี UV ที่สะท้อนจากหิมะที่ทับถมกัน การระคายเคืองที่ผิวได้รับอาจเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจสำคัญของการดูแลผิวในฤดูหนาวไม่ใช่แค่การเติมความชุ่มชื้นเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการป้องกันรังสี UV ด้วย การทาครีมกันแดดเป็นกิจวัตรพื้นฐานโดยไม่เกี่ยงฤดูกาลคือวิธีที่ได้ผลที่สุดในการชะลอความเสื่อมของผิว
เกณฑ์การเลือกครีมกันแดดเพื่อผิวในฤดูหนาว

ในฤดูหนาว เกราะป้องกันผิวจะอ่อนแอลงได้ง่ายจากลมหนาวและการทำความร้อนในอาคาร ดังนั้นการเลือกครีมกันแดดโดยดูแค่ค่า SPF เพียงอย่างเดียวอาจนำไปสู่การระคายเคืองผิวได้ สิ่งสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์กันแดดในฤดูหนาวคือต้องพิจารณาไม่เพียงแค่ค่าการป้องกัน แต่ยังรวมถึงสภาพผิวและสภาพแวดล้อมการใช้งานด้วย ครีมกันแดดแบ่งออกเป็น Chemical Sunscreen (แบบเคมี), Physical Sunscreen (แบบกายภาพ) และ Hybrid Sunscreen (แบบผสม) ตามวิธีการป้องกันรังสี UV
Chemical Sunscreen ทำงานโดยการดูดซับรังสี UV และเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ให้สัมผัสที่นุ่มนวล แต่ในสภาวะที่เกราะป้องกันผิวอ่อนแออาจทำให้รู้สึกระคายเคืองได้ Physical Sunscreen ใช้ส่วนผสมของ Zinc Oxide และ Titanium Dioxide เพื่อสะท้อนรังสี UV ออกจากผิวหนัง ทำให้ใช้งานได้อย่างเสถียรและปลอดภัยกว่า ส่วน Hybrid Sunscreen เป็นสูตรที่รวมทั้งสองวิธีเข้าด้วยกันเพื่อความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการป้องกันและสัมผัสการใช้งาน ในฤดูหนาว แนะนำให้ใช้ Physical หรือ Hybrid Sunscreen และหากมีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น เช่น เซราไมด์หรือกลีเซอรีน จะช่วยรักษาเกราะป้องกันผิวในสภาพแวดล้อมที่แห้งไปพร้อมกับการกันแดด นอกจากนี้ ค่า PA หมายถึงดัชนีการป้องกันรังสี UVA เพื่อป้องกันริ้วรอยจากแสงแดดในฤดูหนาว ค่า PA++++ จึงมีความเหมาะสม สำหรับชีวิตประจำวัน SPF 30 ขึ้นไปก็เพียงพอแล้ว แต่หากมีกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยครั้ง ควรเลือก SPF 50+ เพื่อความปลอดภัย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘นิสัยการทาในปริมาณที่เพียงพออย่างสม่ำเสมอ’ มากกว่าตัวเลขค่าพลัง
วิธีค้นหา ‘ครีมกันแดดในดวงใจ’ ตามปัญหาและสภาพผิว

- ผิวแห้งและผิวมีริ้วรอย (Dry & Aging Skin)
หากผิวแห้งตึงมากหลังล้างหน้า หรือรู้สึกว่าเมคอัพไม่ติดทนและลอกเป็นขุย แสดงว่าการทำงานของเกราะป้องกันผิวอาจลดลง สำหรับสภาพผิวเช่นนี้ ครีมกันแดดแบบ Chemical หรือ Hybrid ที่ลดการระคายเคืองและให้สัมผัสที่เรียบเนียนแนบสนิทกับผิวจะเหมาะสมกว่า นอกจากนี้ หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยเติมความชุ่มชื้นและรักษาเกราะป้องกันผิว เช่น ไฮยาลูโรนิกแอซิด, เซราไมด์ และแพนทีนอล จะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV พร้อมกับบรรเทาความแห้งกร้านได้ในเวลาเดียวกัน
- ผิวมันและเป็นสิวง่าย (Oily & Acne-prone Skin)
ผิวมันมีการหลั่งน้ำมันมาก เมื่อสัมผัสกับรังสี UV อาจทำให้ผิวดูเยิ้มหรือรูขุมขนอุดตันได้ง่ายขึ้น และในกรณีที่เป็นสิว หากผิวที่อักเสบสัมผัสกับรังสี UV จะเพิ่มโอกาสในการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ ดังนั้น การป้องกันรังสี UV จึงเป็นการดูแลพื้นฐานที่สำคัญสำหรับผิวมันหรือผิวที่เป็นสิว สำหรับผิวประเภทนี้ ส่วนผสมแบบ Physical เช่น Zinc Oxide จะช่วยสะท้อนรังสี UV ออกจากผิวโดยไม่มีกระบวนการดูดซับทางเคมี จึงมีความเสถียรค่อนข้างสูง นอกจากนี้ Physical Sunscreen ยังเป็นที่ทราบกันดีว่าไม่ทำให้การหลั่งน้ำมันเพิ่มขึ้นโดยตรง จึงนิยมใช้ในคนผิวมัน เมื่อเลือกครีมกันแดด ควรพิจารณาเรื่องความปลอดภัยที่ช่วยลดโอกาสการระคายเคืองผิวและการผ่านการทดสอบ Non-comedogenic มากกว่าแค่ความรู้สึกสดชื่นขณะใช้
- ผิวแพ้ง่ายและผิวหลังทำหัตถการ (Sensitive / Post-procedure Skin)
หลังการทำหัตถการผิว เช่น เลเซอร์หรือการผลัดเซลล์ผิว เกราะป้องกันผิวจะอ่อนแอลงชั่วคราวและไวต่อสิ่งกระตุ้นภายนอกมากขึ้น ในช่วงนี้ เพียงแค่การสัมผัสรังสี UV ก็อาจทำให้การฟื้นฟูผิวล่าช้าหรือเกิดปฏิกิริยาระคายเคืองได้ ดังนั้นการป้องกันรังสี UV จึงสำคัญมากไม่ว่าจะออกไปข้างนอกหรือไม่ก็ตาม โดยทั่วไปสามารถทาครีมกันแดดได้หลังจากอาการร้อนหรือระคายเคืองบนผิวเริ่มทุเลาลง ซึ่งจำเป็นต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ลดภาระของผิวให้เหลือน้อยที่สุด สำหรับผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่ไม่คงที่หลังทำหัตถการ การใช้ Physical Sunscreen ที่มีพื้นฐานจาก Titanium Dioxide และ Zinc Oxide จะเหมาะสมกว่า เนื่องจากส่วนผสมเหล่านี้ทำงานโดยการสะท้อนรังสี UV ทางกายภาพโดยไม่มีกระบวนการดูดซับทางเคมี และมีโอกาสระคายเคืองต่ำกว่า นอกจากนี้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากส่วนผสมที่น่ากังวล เช่น น้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ สำหรับค่าการป้องกันรังสี UV หากเน้นกิจกรรมในอาคาร SPF 30 และ PA+++ ก็เพียงพอแล้ว แต่หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอกทันทีหลังทำหัตถการหรือต้องอยู่กลางแจ้งนานๆ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ SPF 50+ และ PA++++ เพื่อปกป้องผิวให้มั่นคงยิ่งขึ้น
📊 คำแนะนำครีมกันแดดตามสภาพผิว
สภาพผิว | ประเภทการกันแดด | ส่วนผสมเสริม | คุณสมบัติเด่น |
ผิวแห้ง/มีริ้วรอย | Chemical หรือ Hybrid | ไฮยาลูโรนิก, เซราไมด์, แพนทีนอล ฯลฯ | ชุ่มชื้น, เสริมเกราะป้องกัน, คราบขาวน้อย |
ผิวมัน/เป็นสิว | Physical (แบบกายภาพ) | Zinc Oxide ฯลฯ | Non-comedogenic, ต้านอักเสบ/ปลอบประโลม |
แพ้ง่าย/หลังทำหัตถการ | Physical 100% | Titanium Dioxide, Zinc Oxide ฯลฯ | ไร้น้ำหอม/แอลกอฮอล์, อ่อนโยนพิเศษ |
※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นตามข้อมูลวัตถุดิบและกรณีการใช้งานทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและคอนดิชันของแต่ละบุคคล แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือทดสอบก่อนใช้งาน
ในการทาครีมกันแดด การทาบางๆ สองชั้นจะช่วยเพิ่มทั้งการยึดเกาะผิวและประสิทธิภาพการป้องกันได้ดีกว่าการทาหนาๆ เพียงครั้งเดียว โดยเฉพาะบริเวณที่ริ้วรอยปรากฏได้ง่าย เช่น รอบดวงตา โหนกแก้ม และรอบริมฝีปาก ควรดูแลอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ หากต้องออกไปข้างนอกเป็นเวลานาน การใช้แบบคุชชั่นหรือแบบสติ๊กเพื่อทาทับก็เป็นวิธีที่ดี
ทำไมขั้นตอนการล้างออกจึงสำคัญพอๆ กับการทาครีมกันแดด

หากคุณทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถันแล้ว การทำความสะอาดให้หมดจดก็เป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับผิว โดยเฉพาะครีมกันแดดแบบ Physical หรือแบบกันน้ำ (Waterproof) ที่มีการยึดเกาะผิวสูง การล้างหน้าเพียงขั้นตอนเดียวอาจทิ้งสารตกค้างไว้ได้ง่าย สารตกค้างเหล่านี้อาจนำไปสู่การอุดตันของรูขุมขน การสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และปัญหาผิวเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงที่การหลั่งน้ำมันลดลงและการผลัดเซลล์ผิวช้าลงอย่างในฤดูหนาว ดังนั้น แนะนำให้ล้างหน้าสองขั้นตอน (Double Cleansing) โดยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ หลังจากกลับถึงบ้าน
🧼 วิธีทำความสะอาดตามสภาพผิวและประเภทครีมกันแดด
ประเภทผิว/ครีมกันแดด | วิธีทำความสะอาดที่แนะนำ |
ผิวที่ใช้ Physical Sunscreen | แนะนำให้ล้างหน้าสองขั้นตอน* |
ครีมกันแดดแบบกันน้ำ | จำเป็นต้องล้างด้วยออยล์/น้ำนมในขั้นแรก |
Chemical Sunscreen ทั่วไป | ล้างขั้นตอนเดียวได้ตามสภาพผิว |
ผิวแพ้ง่าย/หลังทำหัตถการ | ใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน, สัมผัสเบามือที่สุด |
ในขั้นตอนแรกของการล้างหน้า ควรใช้คลีนซิ่งออยล์หรือแบบน้ำนมเพื่อละลายส่วนผสมกันแดดออกอย่างเบามือแทนการถูแรงๆ และในขั้นตอนที่สอง ให้ใช้โฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยนที่ไม่ทำลายเกราะป้องกันผิวเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่หลงเหลืออยู่ ทั้งนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีพลังซักล้างรุนแรงเป็นเวลานานอาจทำลายเกราะป้องกันผิวได้จึงต้องระมัดระวัง การดูแลทันทีหลังล้างหน้าก็สำคัญมากเช่นกัน เนื่องจากความชุ่มชื้นในผิวจะระเหยไปอย่างรวดเร็วเมื่อน้ำแห้ง ดังนั้นก่อนออกจากห้องน้ำหรือภายใน 1 นาที ควรทาโทนเนอร์ เอสเซนส์ หรือครีมเบาๆ เพื่อล็อกความชุ่มชื้นไว้ เพียงแค่ไม่พลาดจังหวะสั้นๆ นี้ ก็จะช่วยลดอาการผิวตึงและผิวลอกในฤดูหนาวได้มาก
📊 กิจวัตรการล้างหน้าหลังใช้ครีมกันแดด
ขั้นตอน | วิธีที่แนะนำ | จุดสำคัญ | |
STEP 1 | สลายคราบครีมกันแดด | นวดเบาๆ ด้วยคลีนซิ่งออยล์/น้ำนม | ลดการเสียดสีให้น้อยที่สุด |
STEP 2 | ขจัดสิ่งสกปรก | ล้างเบาๆ ด้วยโฟมล้างหน้ากรดอ่อน | ระวังการล้างที่รุนแรงเกินไป |
STEP 3 | ดูแลหลังล้างหน้าทันที | บำรุงอย่างรวดเร็วก่อนน้ำแห้ง | ป้องกันผิวแห้งกร้าน |
การดูแลผิวจากแสงแดดในฤดูหนาวไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำเฉพาะบางวัน แต่เป็นนิสัยการดูแลผิวพื้นฐานที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน หากคุณเริ่มสะสมการดูแลเล็กๆ น้อยๆ เช่น การเลือกและวิธีใช้ครีมกันแดด จะช่วยรักษาคอนดิชันของผิวในปัจจุบันและอนาคตให้คงที่ได้ Evercell Skin Care Clinic มอบการดูแลและผลิตภัณฑ์ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยพิจารณาถึงสภาพผิวภายในผ่านการวิเคราะห์ด้วย AI หวังว่าคุณจะรักษาผิวให้สุขภาพดีในฤดูหนาวด้วยการดูแลผิวจากแสงแดดที่เหมาะกับคุณ
ตรวจสอบโดย: คัง จอง-อิม ผู้จัดการทั่วไป Evercell Skin Care Clinic
ติดต่อสอบถาม
Chaum Evercell Skin Care 02-3015-5370 | ชั้น 3 Chaum, 4-1 Cheongdam-dong, Gangnam-gu, Seoul
