차움 공식 네이버 블로그

2026-06-03

สรุปเคล็ดลับการป้องกันและดูแลปัญหาผมร่วง|เช็กพฤติกรรมการใช้ชีวิต วิธีสระผม ไปจนถึงการดูแลหนังศีรษะ อาหาร และการทำหัตถการ

เรียนรู้วิธีป้องกันผมร่วงด้วยตนเอง ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมการนอน การสระผมที่ถูกวิธี อาหารบำรุงเส้นผม ไปจนถึงนวัตกรรมการฉีดโบท็อกซ์หนังศีรษะเพื่อสุขภาพผมที่ดี

สรุปเคล็ดลับการป้องกันและดูแลปัญหาผมร่วง|เช็กพฤติกรรมการใช้ชีวิต วิธีสระผม ไปจนถึงการดูแลหนังศีรษะ อาหาร และการทำหัตถการ

เคยไหมที่เวลาส่องรูปถ่ายของตัวเองแล้วรู้สึกว่า

‘ทำไมกลางศีรษะดูบางลงกว่าเมื่อก่อนนะ..’

หรือเริ่มสังเกตเห็นว่าจำนวนเส้นผมที่หลุดร่วงเพิ่มมากขึ้น

เวลาเกล้าผมก็รู้สึกว่ารวบได้ไม่แน่นหนาเหมือนแต่ก่อน

‘หรือว่าอาการผมร่วงกำลังเริ่มขึ้นแล้ว?’

หากคุณเคยมีความคิดเหล่านี้ การดูแลพฤติกรรมการใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ

วันนี้เราจะมาสรุปวิธีป้องกันและดูแลปัญหาผมร่วง ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน วิธีการสระผม การดูแลหนังศีรษะ ไปจนถึงเรื่องอาหารการกินกันครับ!

พื้นฐานของการป้องกันและดูแลผมร่วงคือ ‘พฤติกรรมการใช้ชีวิต’

แม้ว่าผมร่วงจะมีปัจจัยจากพันธุกรรม แต่ความเร็วในการดำเนินของอาการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการดูแลพฤติกรรมการใช้ชีวิต พฤติกรรมการนอน การสระผม และการระคายเคืองต่อหนังศีรษะ ล้วนส่งผลต่อสภาพแวดล้อมของหนังศีรษะ ช่วงเวลา 22.00 น. ถึง 02.00 น. เป็นช่วงที่ร่างกายฟื้นฟูได้ดีที่สุด หนังศีรษะเองก็มีการหลั่งฮอร์โมนเพื่อการฟื้นฟูและเซลล์รากผมจะทำงานอย่างเต็มที่ในช่วงเวลานี้ ดังนั้นการนอนหลับให้เพียงพอในช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นเรื่องดี นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการจัดการความเครียดด้วยการทำสมาธิหรือเดินเล่น ก็ช่วยให้รากผมแข็งแรงขึ้นได้ครับ

ทำไมการสระผมตอนกลางคืนถึงดีกว่าตอนเช้า

การสัมผัสรังสียูวีของหนังศีรษะ: หากสระผมตอนเช้า น้ำมันตามธรรมชาติบนหนังศีรษะจะถูกชะล้างออกไป ทำให้หนังศีรษะต้องสัมผัสกับรังสียูวีโดยตรง หนังศีรษะก็คือผิวหนังชนิดหนึ่งที่ไวต่อรังสียูวีไม่ต่างจากใบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังศีรษะเป็นส่วนที่อยู่สูงที่สุดของร่างกายจึงรับรังสียูวีโดยตรง หากไม่มีเกราะป้องกันก็จะถูกทำลายได้ง่าย ทำให้เกิดรังแคและน้ำมันส่วนเกิน ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผมร่วงได้ง่าย นอกจากนี้ ในระหว่างวันจะมีฝุ่นและสิ่งสกปรกสะสมบนหนังศีรษะและเส้นผม หากไม่ล้างออกก่อนนอนจะส่งผลเสียต่อหนังศีรษะครับ

การทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างล้ำลึกด้วยการสระผมตอนเย็น: ในทางกลับกัน การสระผมตอนกลางคืนจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทำให้เส้นผมสามารถเจริญเติบโตได้ดีขึ้นในช่วงเวลาฟื้นฟูหนังศีรษะ (22.00 น. – 02.00 น.) ควรระผมอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน สำหรับผู้ที่มีปัญหารังแคหรือหน้ามันมาก การใช้โทนิกสำหรับหนังศีรษะก่อนสระผมจะช่วยได้มากครับ เพราะโทนิกจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกที่ฝังลึกซึ่งแชมพูทั่วไปล้างออกยาก อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิวหนังอักเสบเซบเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) ที่มีอาการคันและแดง การใช้โทนิกอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ จึงควรระมัดระวังครับ

อุณหภูมิน้ำและวิธีทำความสะอาดที่เหมาะสม

อุณหภูมิน้ำควรอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส ซึ่งใกล้เคียงกับอุณหภูมิร่างกาย น้ำเย็นจะล้างสิ่งสกปรกออกได้ไม่ดี ส่วนน้ำร้อนจะกระตุ้นหนังศีรษะและเส้นผมมากเกินไป ดังนั้นอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดคือ 37 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ เวลาสระผมควรทำให้ผมเปียกโชกก่อน แล้วเน้นทำความสะอาดที่หนังศีรษะมากกว่าเส้นผม เมื่อล้างออกก็ให้ใช้ ‘ปลายนิ้ว’ นวดเบาๆ แทนการใช้เล็บเกา เพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลและทำความสะอาดรูขุมขนอย่างทั่วถึงครับ

เป่าผมด้วยลมธรรมชาติหรือลมเย็น

เมื่อเป่าผม ให้เริ่มด้วยลมเย็น โดยใช้ผ้าขนหนูซับน้ำออกเบาๆ ก่อน ลมร้อนจากไดร์เป่าผมจะเพิ่มอุณหภูมิของหนังศีรษะและกระตุ้นรากผม ซึ่งอาจทำให้หนังศีรษะแห้งและเสียสมดุลของน้ำและน้ำมัน จนนำไปสู่ปัญหาผมร่วงได้ ควรใช้ลมเย็นจากไดร์หรือปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ หากใช้ไดร์ควรเว้นระยะห่างมากกว่า 15 ซม. อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้ผมเปียกชื้นโดยไม่เป่าให้แห้งเลยก็เป็นสาเหตุของผมร่วงได้เช่นกัน ต้องระวังจุดนี้ด้วยครับ

📍 เช็กพฤติกรรมการป้องกันและดูแลผมร่วง
1. สระผมตอนกลางคืน (อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน)
2. นอนหลับในช่วงเวลาฟื้นฟูหนังศีรษะ (22.00 น. – 02.00 น.)
3. ใช้น้ำอุ่นอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียสสระผม
4. ห้ามใช้เล็บ! ใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะขณะสระผม
5. เป่าผมด้วยลมธรรมชาติหรือลมเย็น

เคล็ดลับการดูแลและนวดหนังศีรษะ
นวดหนังศีรษะวันละ 5-15 นาที

การกระตุ้นหนังศีรษะจะช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และทำให้การเผาผลาญของเซลล์ใต้หนังศีรษะทำงานได้ดี สารอาหารจะถูกส่งไปยังรากผมจนถึงปลายผมได้อย่างราบรื่น และช่วยให้การขับของเสียมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิธีนวดหนังศีรษะ 15 นาที: ① ผ่อนคลายไหล่และร่างกาย ใช้มือทั้งสองข้างกดเบาๆ บริเวณรอยบุ๋มระหว่างท้ายทอยและต้นคอ ② วางมือทั้งสองข้างไว้ด้านหลัง ใช้ปลายนิ้วกลางสามนิ้วกดบริเวณท้ายทอยที่อยู่ในระดับเดียวกับเหนือใบหู ③ ใช้ปลายนิ้วกดไล่ตามเส้นตรงจากกลางกระหม่อมลงไปจนถึงท้ายทอย ④ วางมือทั้งสองข้างที่รอยแสกกลาง แล้วค่อยๆ กดไล่ลงไปด้านข้าง
※ เดี๋ยวก่อน! ความเชื่อที่ว่าการใช้หวีเคาะศีรษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตช่วยป้องกันผมร่วงได้ เป็นเรื่องจริงหรือไม่?
ตอบ: ไม่จริงครับ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน แม้การนวดหนังศีรษะจะช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิตจริง แต่การเคาะด้วยหวีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถหวังผลในการป้องกันผมร่วงได้ ในทางกลับกัน การใช้หวีเคาะแรงเกินไปอาจทำให้เกิดบาดแผลเล็กๆ บนหนังศีรษะ เพิ่มรังแคและน้ำมันได้ โดยเฉพาะหากมีอาการอักเสบหรือรังแคอยู่แล้ว การหวีหรือเคาะจะยิ่งเป็นการกระตุ้น จึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมนี้ครับ

การดูแลหวีที่ใช้ทุกวัน - ล้างครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?

อย่าละเลยการล้างหวี หวีที่ใช้หลายครั้งต่อวันหากไม่รักษาความสะอาดจะเป็นที่สะสมของสิ่งสกปรก รังแค และน้ำมัน จนกลายเป็นแหล่งที่อยู่ของแบคทีเรีย ซึ่งนำไปสู่อาการอักเสบและคันหนังศีรษะได้ สิ่งสำคัญคือต้องล้างหวีเป็นประจำ โดยใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดฆ่าเชื้อ หรือแช่ในน้ำผสมแชมพูแล้วล้างออกหลายๆ ครั้ง นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้หวีร่วมกับผู้อื่น หรือการใช้หวีอันเดิมนานเกิน 1 ปีครับ


5 อาหารที่ช่วยป้องกันผมร่วง

นักโภชนาการ จู ฮเย-จี และ ฮัน มี-รัน จาก Chaum Food Therapy [Chronic Inflammation Clinic] ขอแนะนำ 5 วัตถุดิบอาหารที่ช่วยเรื่องผมร่วงดังนี้ครับ

ถั่วดำ: วัตถุดิบที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการป้องกันผมร่วง ถั่วดำเป็นแหล่งกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการสร้างเคราตินซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผม อุดมไปด้วยโปรตีนจากพืชและกรดอะมิโนจำเป็น เช่น ซิสเทอีน (Cysteine) และไลซีน (Lysine) นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แอนโทไซยานิน, ไอโซฟลาโวน และโพลีฟีนอล ที่ช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิตและส่งสารอาหารไปยังรากผมได้ดี

ไข่ต้ม: ไข่ไม่ได้มีแค่โปรตีน แต่ยังอุดมไปด้วยแอล-ซิสเทอีนและไบโอติน แอล-ซิสเทอีนช่วยในการยึดเกาะโครงสร้างโปรตีนของเส้นผม ทำให้ผมยืดหยุ่นและแข็งแรง อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ทานไข่ดิบ เพราะสาร ‘อะวิดิน’ (Avidin) ในไข่ขาวดิบจะขัดขวางการดูดซึมไบโอติน ดังนั้นควรทานไข่ที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้นครับ

ปลาที่มีไขมันสูง: ปลาอย่างแซลมอน, แมคเคอเรล, ทูน่า และซาร์ดีน อุดมไปด้วยโอเมก้า-3, โปรตีน, ซีลีเนียม และวิตามินบี ซึ่งช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมและทำให้หนังศีรษะชุ่มชื้น

ผักโขม: เป็นวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพหนังศีรษะเพราะมีทั้งธาตุเหล็ก, วิตามินซี, โฟเลต, แมกนีเซียม และไบโอติน โดยเฉพาะการทานผักโขมจะช่วยปรับปรุงภาวะขาดธาตุเหล็กซึ่งเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งของผมร่วงในผู้หญิง และวิตามินซีที่สูงยังช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนและต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

ถั่วและธัญพืช: วอลนัท, อัลมอนด์, ถั่วลิสง และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อุดมไปด้วยวิตามินอี, โอเมก้า-3 และสังกะสี ช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต โดยเฉพาะวอลนัทมีโปรตีนจากพืชที่ช่วยสร้างเคราติน และมีกรดอัลฟา-ไลโนเลนิกที่ช่วยการไหลเวียนเลือด ส่วนอัลมอนด์มีวิตามินอีสูงช่วยปกป้องเส้นผมและลดการอักเสบของหนังศีรษะ แนะนำให้ทานวันละประมาณ 10-20 เมล็ด และทานผสมกันหลายชนิดครับ

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง ‘มัทฉะ’ กับการลดปัญหาผมร่วงด้วยนะครับ

อ้างอิง: บล็อกทางการของโรงพยาบาล CHA


เมื่อพฤติกรรมอย่างเดียวไม่พอ: ผลิตภัณฑ์ ยา และการทำหัตถการ
การวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็น

การใช้ผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวมีขีดจำกัดในการรักษาและป้องกันผมร่วง โดยเฉพาะหากผมเริ่มร่วงไปมากแล้ว การพึ่งพาแต่ผลิตภัณฑ์โดยไม่รักษาทางการแพทย์อาจไม่เหมาะสม หากสงสัยว่ามีอาการผมร่วง สิ่งสำคัญที่สุดคือการไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องครับ

สำหรับผู้ชาย การทานยา เช่น Finasteride หรือ Dutasteride จะช่วยยับยั้งการสร้างฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) เพื่อชะลอการหลุดร่วง แต่ยานี้ ‘ห้าม’ ใช้ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ เนื่องจากอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ สำหรับผู้หญิง แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยา Minoxidil ทาเฉพาะจุด หรือสั่งจ่ายยาคุมกำเนิดหลังจากตรวจวินิจฉัยแล้วครับ

การทำหัตถการ ‘โบท็อกซ์หนังศีรษะ’

โบท็อกซ์หนังศีรษะช่วยคลายกล้ามเนื้อหนังศีรษะ ลดความตึงเครียด และปรับปรุงการไหลเวียนโลหิต ทำให้การส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังรากผมเพิ่มขึ้น ช่วยส่งเสริมสุขภาพเส้นผม นอกจากนี้ยังช่วยลดการหลั่งน้ำมันส่วนเกิน ซึ่งดีต่อผู้ที่มีอาการหนังศีรษะอักเสบเซบเดิร์ม หากคุณมีการดูแลด้วยโปรแกรม Hair Spa อยู่แล้ว แนะนำให้ทำควบคู่กันทุก 3-6 เดือนครับ

การเลือกแชมพูแก้ผมร่วง

วิธีแรกๆ ที่คนมักจะลองคือการใช้แชมพูที่โฆษณาว่าช่วยแก้ผมร่วง แชมพูเหล่านี้มักมีส่วนผสมที่ช่วยลดการอักเสบและให้สารอาหารแก่หนังศีรษะ อย่างไรก็ตาม สำหรับผมร่วงจากพันธุกรรมในเพศชาย (Androgenetic Alopecia) พยาธิสภาพของรากผมมีความสำคัญมากกว่าพื้นผิวหนังศีรษะ แชมพูอาจช่วยได้บ้างแต่ผลโดยตรงอาจไม่มากนัก หลายคนรอจนอาการหนักแล้วค่อยมาพบแพทย์ ซึ่งอาจทำให้พลาดช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการรักษาไปครับ

เช็กส่วนผสมแชมพูว่ามีสารก่อภูมิแพ้หรือไม่: หากคุณผิวแพ้ง่าย ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดเข้มข้นมากเกินไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสได้ สำหรับคนผิวมัน หากส่วนผสมไปอุดตันรูขุมขนก็จะทำให้เกิดรูขุมขนอักเสบได้ง่าย แนะนำให้เช็กส่วนผสมผ่านแอปพลิเคชันหรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเลือกใช้ครับ

หัวใจสำคัญของการป้องกันและดูแลผมร่วงคือความสม่ำเสมอ ทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต วิธีการสระผม การดูแลหนังศีรษะ และอาหารการกิน

ลองนำวิธีที่สรุปมาให้ในวันนี้ไปปฏิบัติทีละอย่าง เพื่อรักษาหนังศีรษะและเส้นผมให้แข็งแรงกันนะครับ!


สาขาที่เชี่ยวชาญ: โรคผิวหนัง, เลเซอร์เพื่อความกระจ่างใสและยกกระชับ, สิว, การรักษาผมร่วง
ศ.นพ. ชเว ยู-จิน ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เน้นการดูแลด้าน Anti-aging และความกระจ่างใสโดยไม่ผ่าตัด รวมถึงการรักษาโรคผิวหนัง ปัญหาเม็ดสี และการยกกระชับด้วย Ulthera และ Thermage ท่านมีชื่อเสียงในการให้คำแนะนำด้านหัตถการและวิธีดูแลตัวเองที่บ้านที่เหมาะสมที่สุดตามสภาพผิวและช่วงอายุของแต่ละบุคคล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Chaum Skin & Plastic Surgery Clinic | ชั้น 2 Beauty Life Center, Chaum, 4-1 Cheongdam-dong, Gangnam-gu, Seoul

Like